ดิจิทัลต้องรู้!สาระจุกๆ

[สรุป] 21 ดิจิทัลเทรนด์แห่งปี 2021 จากงาน “Uppercuz Update 2021”

 
จบไปแล้วสำหรับงานสัมนาคาดการณ์เทรนด์ดิจิทัลประจำปี 2021กับงาน “Uppercuz Digital Trend Update 2021” ที่เจาะลึกทุกแนวโน้มดิจิทัลในปีหน้าแบบจัดเต็มทุกเรื่องทั้ง Content, Design, Media เทรนด์ไหนดีเทรนด์ไหนเด็ดพร้อมเคล็ดลับจากพวกเราที่จะมาบอกให้คุณได้รู้ก่อนใคร ไปดูกันค่ะว่ามีอะไรกันบ้าง 😘

1. ไม่มี Phone ที่ไม่ Smart ทุกอย่าง Smart ไปหมด
ในปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีผลในการดำเนินชีวิตของผู้คนแทบจะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น SmartPhone หรือ Smart TV โดย 95% เล่น Fb ในมือถือ แสดงให้เห็นว่าในปีนี้โทรศัพท์มือถือแทบจะเป็นสิ่งที่ชาดไม่ได้ เพราะราคาที่สามารถจับต้องได้เข้าถึงทุกกลุ่ม
ส่งผลให้กิจกรรม Offline จะผนวกรวมออนไลน์แบบเนียนๆ ทุกคนจะเริ่มรู้วิธีกดไลค์เพจ แอดไลน์ เข้าใจการ Broadcast แม้แต่ศัพท์ CF , CC ทำให้ปีหน้าโทรศัพท์มือถือจะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นไปอีก ซึ่งอาจจะเป็นจุดที่เราต้องเลือกในการทำการตลาดออนไลน์ว่าต้องการให้รูปแบบคอนเทนต์หรือกราฟฟิค แสดงผลบนหน้าจอมือถือแบบสวยงามหรือ Desktop เป็นหลัก เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์

2. จับใจลูกค้ามากกว่าด้วย Personalisation เมื่อแบรนด์ เข้าใกล้ผู้บริโภคถึงขีดสุด
หมดเวลาของ Mass Target บนโซเชียลอีกต่อไป เพราะปี 2021 การทำตลาดแบบเฉพาะบุคคล จะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการ Personalisation วิธีการคือ
1.เก็บข้อมูล เลือกให้ถูกว่าใครคือกลุ่มเป้าหมายของเรา และใครที่จะมาซื้อสินค้า
2.วิเคราะห์ข้อมูล นำส่ิงที่ได้มาวิเคราะห์ว่ากลุ่มเเป้าหมายเหล่านั้นอยู่ใน Platform ไหน เพื่อส่งโฆษณาที่ใช่ให้ตรงจุดที่สุด
3.สร้างแคมเปญ ออกแบบแคมเปญ ครีเอทความสร้างสรรค์ โปรโมชั่น หรือสิ่งที่จูงใจ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

3. การตลาดแบบ Offline to Online ที่จะเนียนขึ้นมากๆ
เมื่อผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น การทำการตลาด Offline to Online และ Online to offline จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงสินค้า เข้าถึงแบรนด์ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

4. การตลาด ของการรับฟังผู้บริโภต Conversational Marketing
เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ในแต่ละวันหรือแต่ละเดือนแทบมีเหตุการณ์ที่สร้างความท้าทายให้กับการทำการตลาดออนไลน์ สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ผู้บริโภคยังคงเชื่อมั่น คือ แบรนด์ต้องเข้าใกล้พูดบริโภคมากยิ่งขึ้น ด้วยการรับฟังเสียงของกลุ่มลูกค้า แล้วนำไปปรับประยุกต์ใช้ให้เข้ากับแบรนด์

5. การจับมือของ ยักษ์ใหญ่ด้วยการ Co-Brand
การร่วมมือกันระหว่าง Brand x Brand หรือ Brand x Influencer นอกจากจะสร้างความน่าสนใจให้กับตัวแบรนด์แล้ว ยังช่วย เพิ่มความ Impact ให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ได้อีกด้วย

6. Viral Journey ที่เปลี่ยนไปของ Social Platform
เมื่อ Socialmedia สามารถเข้าถึงได้ทุกคน และส่วนใหญ่เกิดขึ้นเร็วในช่องทางทวิตเตอร์ ด้วยการสร้างกิมมิคหรือครีเอทอะไรบางอย่าง ที่บ่งบอกถึงตัวตนของแบรนด์ แม้บางทีอาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สามารถได้ใจของกลุ่มเป้าหมาย และเมื่อถูกแชร์ บอกต่อ ส่งต่อกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้แบรนด์เหล่านั้นกลายเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

7. สงครามของ Delivery ทุกอย่างต้อง Delivery ได้
สงครามนี้เริ่มจากช่วงโควิดที่ผู้บริโภคไม่สามารถออกจากบ้านได้ ทำให้ทุกแบรนด์และธุรกิจหันมาทำ Delivery เพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

8. ทุกคนเป็นเจ้าของสื่อในมือ ที่สามารถชื่นชมและทำลายแบรนด์ได้ทุกเมื่อ
เมื่อ Social Media อยู่ในมือของทุกคน การแสดงความคิดเห็นจะทำได้โดยง่าย User มีสติในการใช้ Social Media มากขึ้น แบรนด์ต้องปรับตัวและรับฟังความคิดเห็นของผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น และต้องคิดไตร่ตรองให้เยอะก่อนจะพูดคุยกับผู้บริโภคเพราะอย่าลืมว่าหากเราโพสต์สิ่งใดก็ตามลงในช่วงทาง Social Media จะมี Digital Footprint ติดค้างอยู่ในระบบเสมอ

9. Facebook Live สุดปัง เพราะคนไทยชอบพูดคุยและโต้ตอบ
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงปีที่ผ่านมา การ Live ขายของค่อนข้างได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เทคนิคสำคัญของการ Live ไม่จำเป็นต้องพูดเก่งก็สามารถ Live แล้วมีคนให้ความสนใจได้ แต่สิ่งสำคัญคือคนที่อยู่หน้า Live จะต้องจำรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า หรือ บริการให้ได้ นอกจากนั้นอย่าลืมที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นการสวัสดีพร้อมเรียกชื่อ Facebook และการพยายามอ่าน Comment

10. Brand กับการเมือง ในสถานการณ์ปัจจุบัน
หลากหลายแบรนด์ในบ้านเรา มีการใช้ Presenter เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อผู้บริโภค จากหลากหลายเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำให้มี Presenter หลายคนออกมา Call Out ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทิศทางที่เปลี่ยนไปมีทั้งสนับสนุนและต่อต้านแตกต่างกันไป แต่ก็มีหลากหลายแบรนด์พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ทั้งการนำสินค้าเข้าไปขายบริเวณม็อบเพื่อสร้างรายได้ และสร้าง Brand Awereness ไปพร้อม ๆ กัน

Tips:หากสินค้าที่ขายกลุ่มเป้าหมายเป็นช่วง Gen Y แนะนำว่าให้ลดจำนวนคอนเทนต์และ Budget ของ Media ลง รวมไปจนถึงหลีกเลี่ยงโพสต์ที่ยั่วยุ สุ่มเสี่ยงต่อการเข้าใจผิด

11. มหกรรม 1.1 / 9.9 / 10.10 การสปอยล์ ผู้บริโภคจนเคยตัว
เมื่อผู้บริโภคจดจำแล้วว่าจะมีแคมเปญในทุก ๆ มหกรรมของวันที่ 1.1 / 9.9 จะทำให้เกิดการรอคอยส่งผลให้แบรนด์ต้องหันมาปรับตัว ลุกขึ้นมาทำโปรโมชั่น เพื่อให้เพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจของตัวเอง

12. เพศเสรี ตลาดY ที่สื่อหลักลงมาเล่นเอง และการเรียกร้องสิทธิทางเพศ
ในปี 2020 – 2021 มีซีรีส์วายถึง 73 เรื่อง แสดงให้เห็นถึงความน่าสนใจของกลุ่มตลาดนี้ ที่แบรนด์อาจจะต้องลองมองดูว่าสามารถนำมาปรับใช้ยังไงได้บ้าง เพื่อที่จะเจาะกลุ่มตลาดนี้ เพราะนอกจากจะได้ทำการตลาดไปในตัวแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงตวามในใจของแบรนด์ต่อเพศทางเลือกอีกด้วย

13. Texter กลุ่มลูกค้าชอบแชท Brand ไหนตอบไวกว่า ตรงจุดกว่า
เข้าใจลูกค้ามากกว่า ปังแน่นอน
มาดูสถิติที่ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่กว่า 99% ของผู้บริโภคคือการซื้อสินค้าผ่าน Smartphone โดยมีจุดสำคัญ 3 จุดที่จะเป็นแรงกระตุ้นให้แบรนด์ที่ขายสินค้าผ่านการแชทปิดการขายได้ง่ายยิ่งขึ้น
1. การให้ข้อมูลและราคาสินค้าที่แม่นยำ อ่านแล้วเข้าใจง่าย อาจประกอบไปด้วย รูปภาพและ Text
2. ความรวดเร็วในการตอบกลับ ลูกค้ามีความอดทนในการรอการตอบกลับไม่เกิน 20 นาที
3.การแนะนำสินค้าที่เข้าใจปัญหาของลูกค้าแต่ละคน

14. มิติใหม่แห่งการ Subscription
สินค้าหรือบริการของคุณอาจทำได้ด้วยนะ
ถ้าหากจะพูดถึงการ Subscription คุณอาจจะนึกถึง Netflix หรือ Spotify แต่ในปัจจุบัน สินค้าหลากหลายประเภทเริ่มนำ Model ดังกล่าวมาปรับใช้งานมากยิ่งขึ้นโดยจะเป็นสินค้าประเภทที่ใช้หมดแล้วต้องซื้อใหม่เรื่อย ๆ เช่น มีดโกน กาแฟ เป็นต้น

15. นักกักตุนความคุ้มค่า ซื้อเยอะ ซื้อจุก เหมาๆ รวมๆ
เมื่อมีแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เราสามารถหาซื้อของได้ โดยไม่ต้องออกจากบ้าน เช่น Lazada Shopee ทำให้ผู้คนสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น คนหันมาซื้อของออนไลน์มากขึ้น และเริ่มเรียนรู้ถึงความคุ้มค่าในการซื้อของ ว่ายิ่งสั่งเยอะ ยิ่งได้ราคาถูก หลาย ๆ แบรนด์อาจจะต้องหาโอกาสในการลงไปทำการตลาดในจุดนี้เพื่อขยายฐานของกลุ่มลูกค้า

16. ลิขสิทธิ์ และ การยอมจ่ายเงิน เพื่อความสะดวกสบาย
ผู้บริโภคเริ่มมีความเข้าใจในเรื่องลิขสิทธิ์มากยิ่งขึ้น ยอมจ่ายเงินเพื่อได้รับสิ่งที่ดี คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ หรือสามารถรับชมได้ก่อนใคร เพื่อแลกกับความสะดวกสบายและความชื่นชอบของตัวเอง

17. เมื่อถึงยุคที่ User สามารถรวมทุกอย่างไว้ในมือถือเครื่องเดียว!
ปัจจุบัน User ใช้ QR Code เพื่อทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านมือถือมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วง Covid-19 เรียกได้ว่ามือถือเครื่องเดียวสามารถทำได้แทบทุกอย่างแล้ว โดยตลาดที่น่าสนใจคือตลาดของ Game บนมือถือ โดยมีผู้เล่นมากถึง 27.47 ล้านคน 1 ใน 4 เป็นผู้หญิง อายุของคนที่เล่นเกมเยอะที่สุดคือ 25-34 ปี ทำให้เราเห็น Campaign ทางการตลาดมากมายที่น่าจับตามอง เช่น KFC x ROV เป็นต้น

18. Gen Y อยากเป็นเจ้าของน้อยลง แต่เน้นความสะดวกสบายมากขึ้น
ถ้าหากสังเกตุเทรนด์อสังหาริมทรัพย์ตอนนี้ จะเห็นได้ว่าจะมี Facilities ที่เป็นเรื่องของ Co-Working,Co Kitchen,Co-Living space หรือธุรกิจใหม่ ๆ เช่น ร้านเช่าเสื้อกันหนาว ร้านเช่าชุดเพื่อนเจ้าสาว รวมไปจนถึงแอปเรียกรถและ Food Delivery ชื่อดังอย่าง Grab,LINEMAN จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่าผู้บริโภค Gen Y มีพฤติกรรมที่เน้นความสะดวก พร้อมจ่ายเสมอถ้าทำให้เขาสบายมากขึ้น

19.ความอดทน ที่ต่ำลงระดับวินาที นักค้นหาตัวแม่จึงถือกำเนิด
ความเร็วในการทำตลาดบนออนไลน์เป็นเรื่องสำคัญ การโต้ตอบกับคน ไม่จำเป็นต้อง Real time แต่ต้องมี Policy ชัดเจน จะตอบช่วงเวลาไหน มีแนวทางในการตอบอย่างไร การย่อเส้นทางการซื้อขายของให้สั้นเข้าใจง่าย จะทำให้คนอยากซื้อของมากขึ้นด้วย

20. Content On Demand เลือกดูทุกคอนเทนท์ได้ตามใจคุณ
Podcast ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งมาแรงในช่วงนี้ เนื่องจากในทุกวันนี้ User สามารถเลือกฟังหรือดูคอนเทนต์ในเวลาที่อยากดูได้ ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดเรื่องราว ละคร หรือซีรีส์ที่ชอบ

21. ก่อกำเนิดอาชีพใหม่ ที่มาพร้อมกับความขี้เกียจของ User ในยุคปัจจุบัน
จากเทรนด์รักความสะดวกสบายของผู้บริโภคได้เกิดอาชีพใหม่ ๆ ขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น บริการรับจ้างต่อคิว จองตั๋วคอนเสิร์ต สอนเล่นเกม แม้กระทั่งบริการ เขียนรีวิวและให้ดาวบนเพจ Facebook และร้านค้าบน Lazada, Shoppee เป็นต้น

Digital Media Trend
1. กลุ่ม Gen X และ BabyBoommer ใช้งาน Social Media มากยิ่งขึ้น
2. Twitter & Instagrams และ Social Media อื่นๆ จะมาดึงเงินโฆษณาจาก Facebook เนื่องจากมีผู้ใช้งานใช้มากขึ้น
3. ยกเลิกกฏ Text 20% ของ Facebook แต่หากใส่ Text ในภาพมากเกินไปแล้วลงโฆษณา จะทำให้การปล่อยโฆษณาได้น้อยลง และมีค่า Cost ที่มากขึ้น
4. การซื้อโฆษณาใน Social Media ต่าง ๆ จะมีความจำเป็นมากขึ้นในทุกวงการ อาจทำให้ค่า Cost แพงขึ้น รวมไปจนถึง Organic Reach จะลดน้อยลง
5. Facebook Hero Ad การหาชุดโฆษณาที่ได้รับผลตอบรับดี จากนั้นเปิดโฆษณาไปเลยยาว ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด



Content Trend

1. เลือกใช้คำให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย อาจสร้างผลลัพธ์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่น ตำ, ปังปุริเย่, พส, นส เป็นต้น
2. สวยไปไม่ดู ดีไปไม่เชื่อ ขอดูเรียลๆ เมื่อผู้บริโภคชอบแบรนด์ที่ “พูดจริง แต่ไม่จริงจัง” คือการทำคอนเทนต์ที่มีสาระ แต่สื่อสารให้ดูไม่เครียด หรือจริงจังมากเกินไป
3. Educate + Entertainment = Edutainment เป็นการทำคอนเทนต์ที่ “จริงจังแบบไม่จริงจัง” เพื่อให้คอนเทนต์เข้าถึงง่าย และมีความน่าสนใจกว่าการทำคอนเทนต์แบบเดิม ๆ
4. คอนเทนต์ที่มีข้อมูลปริมาณมาก อาจทำให้ผู้ใช้ไม่อ่าน แต่ต้องใช้วิธีในการจัดการที่ให้ดูน่าอ่าน เป็นระเบียบ ก็สามารถทำให้คอนเทนต์ดูน่าสนใจขึ้นได้
5. Facebook Content ไม่จำเป็นต้องลงทุกวัน ควรลดปริมาณโพสต์ลง และไป Focus ที่คุณภาพของคอนเทนต์ และอย่าลืมที่จะ Boost Post เล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยนะ



Graphic Trend

1. ภาพไม่ต้องสวยมาก สวยแบบพอดีให้เข้าถึงง่าย จะได้รับความนิยมมากขึ้น
2. รวมไปถึงวีดีโอที่ต้องตัดต่อให้กระชับ และรีบเล่าเรื่องตั้งแต่ 5 วินาทีแรก ก่อนที่ผู้ใช้งานจะกด Skip หนีไปเสียก่อน
3. ภาพที่สวยเกินจริง อาจไม่ได้ผลตอบรับดีเท่าที่คิด เน้นสื่อสารให้เรียลมากขึ้น เข้าถึงง่ายมากขึ้นจะดีที่สุด

Related posts
ดิจิทัลต้องรู้!สาระจุกๆ

คัมภีร์การตลาดในยุค Digital Economy

ชีวิตเอเจนซี่สาระจุกๆ

ตารางสีเสื้อมงคล 2020 - ขอเชื่อไว้ก่อนนะคะ อุ่นใจดี

ดิจิทัลต้องรู้!สาระจุกๆ

เทคนิคการทำสไลด์สุดปัง

ดิจิทัลต้องรู้!สาระจุกๆ

[สูตรคำนวน] Social Media KPIs for CONVERSION